เนื่องจากเดือนนี้วันมาฆบูชาตรงกับวันที่ 23 ซึ่งห่งจากวันวาเลนไทน์ 9 วัน
แต่ทำไมวันมาฆบูชาผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญน้อยกว่าวันวาเลนไทน์ซะอีกทั้งที่เป็นวันให้ความรักเหมือนกัน....
พระพุทธเจ้าได้ให้ความรักอย่างแท้จริง นั้นคือ โอวาทปาติโมกข์ เป็นหลักธรรมในการดำเนินชีวิตและเป็น สัจธรรม
ที่นี้ วันวาเลนไทน์ล่ะ วาเลนไทน์เป็นชื่อของนักบุญ St.Valentine ซึ่งอยู่ในสมัยกษัตริย์ Claudius ที่2 แห่งกรุงโรม สมัยนั้น กษัตริย์ Claudius ได้ออกกฎว่า ห้ามจัดงานแต่งงาน
แต่นักบุญวาเลนไทน์ได้ขัดคำสั่งโดยการไปเป็นบาทหลวงในพิธีแต่งงาน กษัตริย์ Claudius จึงได้มีคำสั่งให้นำตัวไปประหารชีวิต และนักบุญวาเลนไทน์ได้เสียชีวิตวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ.296
ต่อมาในปี ค.ศ.496 องค์พระสันตะปาปา Gelasius ได้ยกย่องให้วันนี้เป็นวันระลึกถึงความเสียสละของนักบุญวาเลนไทน์ คนส่วนใหญ่จึงถือเอาวันนี้เป็นวันแห่งความรัก
แต่ถ้าจะให้วันวาเลนไทน์ มีความหมายที่ดี สมบูรณ์ ไม่ใช่เป็นเพียงวันแห่งความรักเท่านั้น เราลองมาดูความหมายเหล่านี้กัน
V= Verity ความจริงที่มีอยู่
เราควรที่จะให้ความจริงแก่กันและกัน
A= Ambition ความปรารถนาอย่างแรงกล้า
เราควรจะมีความปราถนาในความรักที่มีอย่างจริงจัง
L= Lenient ผ่อนปรน กรุณา ปรานี
อะไรที่ผ่อนปรนได้ ปล่อยวางได้ ก็ควรทำ
E= Equality ความเสมอภาค ความทัดเทียม
ควรให้ความทัดเทียมกัน ไม่แบ่งแยกว่า ชาย หรือ หญิง
N= Notable การยกย่องให้อยู่ในสภาพที่ดี
ควรยกย่องซึ่งกันและกัน
T= Tender ความรักที่นุ่มนวล
ควรให้ความรักนั้นเป็นความรักที่นุ่มนวล เป็นความรักที่มีแต่ความห่วงใย
I= Innovation ความแปลกใหม่
ควรหาความแปลกใหม่มาสู่ความรัก ไม่ใช่อยู่ยังไงก็อยู่อย่างนั้น ควรจะเปลี่ยนอะไรๆในทางที่ดีบ้าง
N= Nexus การเชื่อมโยงความสำพันธ์ให้มีตลอดไป
ไม่ต้องแสดงความรักกันแค่วันนี้วันเดียว แต่ควรทำในทุกๆวัน ไม่จำเป็นต้องมีดอกไม้อะไรหรอก แค่ความรู้สึกที่ดีก็พอแล้ว
E= Endurance ความอดทน ความอดกลั้น
จะต้องมีความอดทนต่อสิ่งต่างๆที่จะเข้ามาในชีวิต
ผมขออวยพรให้ทุกๆท่านมีความสุขกันมากๆในเดือนที่มีความสำคัญนี้ โดยขอให้เอาหลักคำสอนของแต่ละศาสนาที่ตนเองนับถืออยู่ มาเป็นสิ่งช่วยให้ความรักนั้นยั้งยืน และยาวนาน ตลอดไปนะครับ
